ความเป็นมาของสี
สีเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต ซึ่งมนุษย์รู้จักสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ในอดีตกาล มนุษย์ได้ค้นพบสีจากแหล่งต่าง ๆ จากพืช สัตว์ ดิน และแร่ธาตุนานาชนิด จากการค้นพบสีต่าง ๆ เหล่านั้น มนุษย์ได้นำเอาสีต่างๆมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยนำมาระบายลงไปบนสิ่งของภาชนะเครื่องใช้หรือระบายลงไปบนรูปปั้น รูปแกะสลัก เพื่อให้รูปเด่นชัดขึ้น มีความเหมือนจริงมากขึ้น รวมไปถึงการใช้สีวาดลงไปบนผนังถ้ำ หน้าผา ก้อนหิน เพื่อใช้ถ่ายทอดเรื่องราว และทำให้เกิดความรู้สึกถึงพลังอำนาจที่มีอยู่เหนือสิ่งต่างๆ ทั้งปวง
ที่มาของสี
สีที่มนุษย์ใช้อยู่ทั่วไป ได้มาจาก
1.สสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ นำมาใช้โดยตรง หรือด้วยการสกัด ดัดแปลงบ้าง จากพืช สัตว์ ดิน แร่ธาตุต่าง ๆ
2.สสารที่ได้จากการสังเคราะห์ ผลิตขึ้นโดยกระบวนการทางเคมี เป็นสารเคมีที่ผลิตขึ้น
3.แสง เป็นพลังงานชนิดเดียวที่ให้สี โดยอยู่ในรูปของรังสี (Ray) ที่มีความเข้มของแสง อยู่ในช่วงที่สายตามองเห็นได้
1.สสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ นำมาใช้โดยตรง หรือด้วยการสกัด ดัดแปลงบ้าง จากพืช สัตว์ ดิน แร่ธาตุต่าง ๆ
2.สสารที่ได้จากการสังเคราะห์ ผลิตขึ้นโดยกระบวนการทางเคมี เป็นสารเคมีที่ผลิตขึ้น
3.แสง เป็นพลังงานชนิดเดียวที่ให้สี โดยอยู่ในรูปของรังสี (Ray) ที่มีความเข้มของแสง อยู่ในช่วงที่สายตามองเห็นได้
ความสำคัญของสี
สีเป็นองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก อารมณ์ และจิตใจ สีจะให้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น
1.ใช้ในการจำแนกสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เห็นชัดเจน
2.ใช้ในการจัดองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสวยงาม กลมกลืน เช่น การแต่งกาย การจัดตกแต่งบ้าน
3.ใช้ในการจัดกลุ่ม พวก คณะ ด้วยการใช้สีต่าง ๆ เช่น คณะสี เครื่องแบบ
4.ใช้ในการสื่อความหมาย เป็นสัญลักษณ์ หรือใช้บอกเล่าเรื่องราว
5.ใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อให้เกิดความสวยงาม สมจริงและน่าสนใจ
6.เป็นองค์ประกอบในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ของมนุษย์
1.ใช้ในการจำแนกสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เห็นชัดเจน
2.ใช้ในการจัดองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสวยงาม กลมกลืน เช่น การแต่งกาย การจัดตกแต่งบ้าน
3.ใช้ในการจัดกลุ่ม พวก คณะ ด้วยการใช้สีต่าง ๆ เช่น คณะสี เครื่องแบบ
4.ใช้ในการสื่อความหมาย เป็นสัญลักษณ์ หรือใช้บอกเล่าเรื่องราว
5.ใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อให้เกิดความสวยงาม สมจริงและน่าสนใจ
6.เป็นองค์ประกอบในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ของมนุษย์
ความหมายของสี
ทฤษฎีสี หมายถึง ลักษณะกระทบต่อสายตาให้เห็นเป็นสีมีผลถึงจิตวิทยา คือมีอำนาจให้เกิดความเข้มของแสงที่อารมณ์และความรู้สึกได้ การที่ได้เห็นสีจากสายตา สายตาจะส่งความรู้สึกไปยังสมองทำให้เกิดความรู้สึกต่างๆตามอิทธิพลของสี เช่น สดชื่น ร้อน ตื่นเต้น เศร้า สีมีความหมายอย่างมาก
สี คือ ลักษณะของแสงที่ปรากฏแก่สายตาให้เห็นเป็นสี (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)
สีในทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง เป็นคลื่นแสงหรือความเข้มของแสงที่สายตาสามารถมองเห็น
สีในทางศิลปะ หมายถึง ทัศนธาตุอย่างหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของงานศิลปะ และใช้ในการสร้างงานศิลปะ โดยจะทำให้ผลงานมีความสวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศ มีความสมจริง เด่นชัดและน่าสนใจมากขึ้น
สีในทางศิลปะ หมายถึง ทัศนธาตุอย่างหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของงานศิลปะ และใช้ในการสร้างงานศิลปะ โดยจะทำให้ผลงานมีความสวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศ มีความสมจริง เด่นชัดและน่าสนใจมากขึ้น
ประเภทของแม่สี
แม่สีในยุคปัจจุบัน อาจจำแนกออกได้เป็น 3 ประเภท
1.แม่สีจิตวิทยา
เป็นสีในกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก และมีผลต่อจิตใจของมนุษย์ มักใช้ในการรักษาคนไข้ เช่นโรคประสาท หรือโรคทางจิต แม่สีจิตวิทยาสี 4 สีประกอบด้วย สีแดง สีเหลือง สีเขียว และสีน้ำเงิน
2.แม่สีวิทยาศาสตร์
เป็นสีที่เกิดจากการสร้างหรือประดิษฐ์ขึ้นจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แม่สีในกลุ่มนี้ประกอบด้วย สีแสด สีเขียวมรกต และสีม่วง
3.แม่สีศิลปะ
แม่สีศิลปะหรือแม่สีวัตถุธาตุ หมายถึง สีที่ใช้ในการวาดภาพ หรือสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะทั่วๆ แม่สีในกลุ่มนี้ประกอบด้วย สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน
คุณลักษณะของสี
สีแท้ (HUE)
สีที่ยังไม่ถูกสีอื่นเข้าผสม เป็นลักษณะของสีแท้ที่มีความสะอาดสดใส เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน
สีที่ยังไม่ถูกสีอื่นเข้าผสม เป็นลักษณะของสีแท้ที่มีความสะอาดสดใส เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน
สีอ่อนหรือสีจาง (TINT)
ใช้เรียกสีแท้ที่ถูกผสมด้วยสีขาว เช่น สีเทา, สีชมพู
ใช้เรียกสีแท้ที่ถูกผสมด้วยสีขาว เช่น สีเทา, สีชมพู
สีแก่ (SHADE)
ใช้เรียกสีแท้ที่ถูกผสมด้วยสีดำ เช่น สีน้ำตาล
ใช้เรียกสีแท้ที่ถูกผสมด้วยสีดำ เช่น สีน้ำตาล
วงจรสี
สีขั้นที่ 1 หรือแม่สี (Primary Colours)
แม่สี ประกอบด้วยสี 3 สี คือ
สีแดง
สีเหลือง
สีน้ำเงิน
ซึ่งเป็นสีที่ไม่สามารถ ผสมได้จากสีใดๆ
แม่สี ประกอบด้วยสี 3 สี คือ
สีแดง
สีเหลือง
สีน้ำเงิน
ซึ่งเป็นสีที่ไม่สามารถ ผสมได้จากสีใดๆ
สีขั้นที่ 2 (Secondary Colours)
สีขั้นที่ 2 ประกอบด้วยสี 3 สี คือ
สีส้ม (แดง + เหลือง)
สีเขียว (เหลือง + น้ำเงิน)
สีม่วง (แดง + น้ำเงิน)
สีกลุ่มนี้ได้จากการผสมแม่สี 2 สีเข้าด้วยกัน
สีขั้นที่ 2 ประกอบด้วยสี 3 สี คือ
สีส้ม (แดง + เหลือง)
สีเขียว (เหลือง + น้ำเงิน)
สีม่วง (แดง + น้ำเงิน)
สีกลุ่มนี้ได้จากการผสมแม่สี 2 สีเข้าด้วยกัน
สีขั้นที่ 3 (Intermediate Colours)
สีขั้นที่ 3 ได้จากการผสมแม่สีกับสีขั้นที่ 2 จึงได้สีเพิ่มอีก 6 สี ได้แก่
สีแดงอมส้ม
สีเหลืองอมส้ม
สีเขียวอมเหลือง
สีน้ำเงินอมเขียว
สีน้ำเงินอมม่วง
สีม่วงอมแดง
สีขั้นที่ 3 ได้จากการผสมแม่สีกับสีขั้นที่ 2 จึงได้สีเพิ่มอีก 6 สี ได้แก่
สีแดงอมส้ม
สีเหลืองอมส้ม
สีเขียวอมเหลือง
สีน้ำเงินอมเขียว
สีน้ำเงินอมม่วง
สีม่วงอมแดง
สีขั้นที่ 4 หรือสีตรงข้าม (Complementary Colours)
ได้จากการผสมสีที่อยู่ตรงข้ามกันของวงจรสี ถ้าผสมในสัดส่วนเท่าๆ กันจะได้ สีดำ หรือ สีเทาเข้ม
ได้จากการผสมสีที่อยู่ตรงข้ามกันของวงจรสี ถ้าผสมในสัดส่วนเท่าๆ กันจะได้ สีดำ หรือ สีเทาเข้ม
แต่ถ้าผสมในสัดส่วนที่ไม่เท่ากันก็จะได้สีที่เข้มขึ้น เช่น
* สีส้ม 75% ผสมกับ สีน้ำเงิน 25% จะได้ สีส้มเข้มที่คล้ายสีน้ำตาล
* สีน้ำเงิน 75% ผสมกับ สีส้ม 25% จะได้ สีน้ำเงินเข้มที่คล้ายสีเขียวอมน้ำเงิน
* สีม่วงอมแดง 75% ผสมกับ สีเขียวอมเหลือง 25% จะได้ สีม่วงตุ่น
* สีส้ม 75% ผสมกับ สีน้ำเงิน 25% จะได้ สีส้มเข้มที่คล้ายสีน้ำตาล
* สีน้ำเงิน 75% ผสมกับ สีส้ม 25% จะได้ สีน้ำเงินเข้มที่คล้ายสีเขียวอมน้ำเงิน
* สีม่วงอมแดง 75% ผสมกับ สีเขียวอมเหลือง 25% จะได้ สีม่วงตุ่น
นอกจากนี้วงจรสี ยังช่วยให้เราแบ่งสีออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ สีโทนร้อน และ สีโทนเย็น
สีโทนเย็น (Cool Colours) สีโทนร้อน (Warm Colours)
ให้ความรู้สึกสงบ สบาย เย็น ให้ความรู้สึกร้อน ตื่นเต้น
ให้ความรู้สึกสงบ สบาย เย็น
สีตรงข้าม
สีตรงข้าม คือ การใช้ชุดสีหรือคู่สีที่ตัดกันรุนแรง เป็นสีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงจรสีและเป็นสีที่อยู่ต่างวรรณะกัน สีสองสีเมื่อนำมาใช้คู่กันจะทำให้สีทั้งสอง มีความสว่าง และสดใสมากขึ้น การใช้สีแบบนี้ให้ความรู้สึกตื่นเต้น มีชีวิตชีวา เช่นกันสีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงจรสี มีทั้งหมด 6 คู่ คือ
สีเหลือง กับ สีม่วง
สีเขียว กับ สีแดง
สีส้ม กับ สีน้ำเงิน
สีเขียวเหลือง กับ สีม่วงแดง
สีเขียวน้ำเงิน กับ สีส้มแดง
สีส้มเหลือง กับ สีม่วงน้ำเงิน
ความรู้สึกเกี่ยวกับสีในเชิงจิตวิทยา























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น